19 สัญญาณ อาการไทรอยด์
เตือนไว้ก่อนว่าอย่ามองข้าม เพราะอาการผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจใช่ และนำไปสู่อันตรายจากโรคภัยอย่างคาดไม่ถึง!
นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย ผมร่วง น้ำหนักลดอย่างไม่มีสาเหตุ ดูเป็นความผิดปกติใกล้ตัวที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรมองข้ามด้วยประการทั้งปวง เพราะสัญญาณเหล่านี้แหละที่ร่างกายพยายามบอกใบ้เราอยู่ว่าป่วยไทรอยด์!
1. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ใจสั่น ผู้ป่วยที่มีภาวะไทรอยด์เป็นพิษจะส่งผลกระทบไปถึงการทำงานของหัวใจ กล่าวคือหัวใจถูกกระตุ้นการทำงาน ทำให้รู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย หรือหากมีอาการใจเต้นเร็วผิดปกติ เคสนี้ยิ่งต้องรีบไปตรวจเช็กโดยละเอียด เพราะอาการใจเต้นเร็วเป็นภาวะของโรคไทรอยด์ที่เป็นหนักแล้ว
2. ผมร่วงเยอะมาก เนื่องจากต่อมไทรอยด์มีหน้าที่คอยควบคุมฮอร์โมนในร่างกายของเรา ดังนั้นหากไทรอยด์มีความผิดปกติก็อาจมีความเปลี่ยนแปลงให้สังเกตเห็นได้ เช่น มีไขมันทางผิวหนังมากขึ้น หน้ามัน ผมมันกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งเกิดอาการรากผมอ่อนแอ ตามมาด้วยอาการผมร่วงหนักมาก (เกิน 200 เส้นต่อวัน)
3. นอนไม่หลับ ถ้าจู่ๆ อาการนอนไม่หลับก็มาคุกคามคุณบ่อยๆ ทั้งที่ปกติเป็นคนที่นอนหลับง่ายและหลับได้สนิทมาโดยตลอด อยากให้สงสัยอาการไทรอยด์เอาไว้ด้วย เนื่องจากหากไทรอยด์ผิดปกติอาจหลั่งฮอร์โมนมามากเกินไปจนกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางและรบกวนการพักผ่อนของเราได้
4. รู้สึกง่วงตลอดเวลา ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ไม่เพียงแต่ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนมากผิดปกติเท่านั้น แต่ยังมีภาวะขาดฮอร์โมนในร่างกายหรือภาวะไทรอยด์เป็นพิษที่ร่างกายอาจแสดงอาการของโรคมาในคราบของความอ่อนเพลีย ง่วงนอนบ่อยๆ จนผิดปกติได้ ซึ่งหากต้องการเช็กให้แน่ใจว่าเป็นโรคไทรอยด์หรือไม่ อาจดูอาการอื่นๆ เช่น มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างผิดสังเกต หรือมีอาการแขนขาไม่มีแรงร่วมด้วย



5. อ้วนขึ้นหรือผอมลงอย่างผิดสังเกต ในกรณีที่อ้วนขึ้นมาหลายกิโลทั้งที่ก็กินเหมือนเดิม ใช้ชีวิตเหมือนเดิม ร่างกายอาจกำลังบอกใบ้ว่าไทรอยด์ไม่สบายอยู่ก็ได้ เพราะหากต่อมไทรอยด์ทำงานไม่เป็นปกติ หลั่งฮอร์โมนจำเป็นออกมาได้น้อย ระบบเผาผลาญและการเบิร์นไขมันจะได้รับผลกระทบ ทำน้ำหนักขึ้นพรวดๆ ทว่าหากต่อมไทรอยด์ผิดปกติในลักษณะหลั่งฮอร์โมนออกมามาก กระตุ้นระบบเมตาบอลิซึมให้ขยันเกินไป เคสนี้กินเท่าเดิมก็ผอมลง กินมากก็ผอมลง แนะนำให้ไปเช็กอาการกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยด่วน
6. หิวบ่อยหรือไม่หิว กินไม่ค่อยลง นี่ก็อีกอาการที่ควรต้องสังเกตตัวเองให้ดีค่ะ เพราะฮอร์โมนที่ผิดปกติอันเนื่องมาจากไทรอยด์ทำงานมากขึ้น อาจผลักดันให้เกิดความรู้สึกหิวบ่อยขึ้นได้เหมือนกัน และยิ่งกินก็ยิ่งอร่อย แต่สุดท้ายก็ไม่อ้วนขึ้นนะ เพราะไทรอยด์ทำงานหนักเกินจนกระตุ้นระบบเผาผลาญให้เบิร์นรัวๆ ไปด้วยนั่นเอง ส่วนเคสที่ไทรอยด์ทำงานได้น้อยก็จะทำให้มีความอยากอาหารลดลง ร่างกายไม่รู้สึกหิวเหมือนปกติ บางรายถึงขั้นประสาทการรับรสด้อยประสิทธิภาพไป ทำให้กินอะไรก็ไม่อร่อย แต่กลับอ้วนขึ้นเพราะระบบเผาผลาญก็ทำงานได้ช้าลงด้วย
7. ขับถ่ายไม่เป็นปกติ หากเข้าห้องน้ำบ่อยกว่าปกติ ถ่ายหนักบ่อยขึ้น แต่ไม่ใช่อาการท้องเสีย นั่นอาจเป็นสัญญาณของภาวะไทรอยด์ทำงานหนักเกินไป จนกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่ายให้กำจัดของเสียออกจากร่างกายถี่ขึ้น แต่หากร่างกายมีภาวะขาดไทรอยด์ เคสนี้จะเกิดอาการท้องผูกบ่อยๆ แทน และแม้จะกินผักผลไม้ก็อาจยังมีอาการท้องผูกอยู่
8. เหงื่อออกเยอะ ถ้าไทรอยด์ทำงานมากเกินปกติ ระบบเผาผลาญสปีดตัวเองมากขึ้น ร่างกายจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น และมีเหงื่อออกมากขึ้นด้วย ดังนั้นเพื่อความแน่ใจ ลองสังเกตอาการตัวเองดูนะคะ หากนั่งอยู่เฉยๆ เหงื่อก็ซึม นั่งในห้องแอร์เหงื่อก็ยังตก แถมน้ำหนักตัวลดทั้งที่ก็กินเก่งอยู่เหมือนเคย แบบนี้ต้องสงสัยแล้วว่าไทรอยด์เราป่วยอยู่
9. รู้สึกหนาวตลอดเวลา ในทางกลับกันถ้าต่อมไทรอยด์ไม่หลั่งฮอร์โมนออกมาในปริมาณที่พอเพียงก็จะส่งผลให้ระบบเผาผลาญทำงานช้าลง ความร้อนในร่างกายก็จะลดน้อยลงไปด้วย ดังนั้นถ้าคุณมักจะรู้สึกหนาวเป็นพักๆ รวมทั้งผมเริ่มบาง ผิวแห้งมากขึ้น แถมยังรู้สึกอ่อนเพลียง่ายกว่าเดิม ลักษณะอาการเช่นนี้อาจเข้าข่ายภาวะขาดไทรอยด์ก็เป็นได้
10. ผิวแห้ง ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ที่ส่งผลให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนได้ช้าลง ระบบเผาผลาญทำงานได้ช้าลง อาจส่งผลไปถึงผิวพรรณของเราอีกต่อหนึ่งได้ จึงอาจสังเกตเห็นได้ว่าเหงื่อลดน้อยลง ผิวแห้งมากขึ้น และหากอาการหนักอาจมีอาการเล็บเปราะบางตามมาด้วย
11. เสียงเปลี่ยน เจ็บในคอ หรือมีอาการคอบวม คงทราบกันดีอยู่แล้วว่าต่อมไทรอยด์อยู่บริเวณคอของเรา ดังนั้นหากไทรอยด์ไม่ปกติก็อาจบอกใบ้ให้เราทราบด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป อาการเจ็บในคอ หรือบางคนอาจมีอาการคอบวมให้เห็นอย่างชัดเจนเลย ฉะนั้นหากพบอาการผิดปกติดังกล่าวก็อย่านิ่งนอนใจเด็ดขาด รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กสุขภาพโดยเร็วดีกว่า
12. เหน็บชาหรือปวดกล้ามเนื้อไม่ทราบสาเหตุ ในกรณีที่ไม่ได้ออกกำลังกายหักโหม ไม่ได้ยกของหนัก นั่ง ยืน หรือเดินผิดท่า แต่พบว่ามีอาการปวดเนื้อตัวโดยเฉพาะข้อเท้า แขน ขา มือ หรือมีอาการเหน็บชาและเป็นตะคริวบ่อยจนผิดสังเกต อาจเป็นเพราะต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนในร่างกายออกมาได้น้อยเกินไป ซึ่งจะทำให้ระบบประสาทส่งสัญญาณไปยังสมองและไขสันหลังให้เกิดความตึงเครียดมากกว่าปกติได้
13. สายตาพร่ามัว อย่างที่บอกไปว่าหากต่อมไทรอยด์หลั่งฮอร์โมนไทรอยด์ออกมาได้น้อย บางคนอาจมีอาการทางระบบประสาทให้เห็นบ้าง เช่น กล้ามเนื้ออ่อนล้า เหน็บชาถามหาบ่อย หรือปวดเมื่อยเนื้อตัว ซึ่งนอกจากอาการเหล่านี้แล้วใครที่จู่ๆ ก็รู้สึกว่าสายตาพร่ามัวชั่วขณะ ทั้งๆ ที่ปกติแล้วเป็นคนไม่มีปัญหาสายตามาก่อนเลย นี่ก็อาจจะเป็นสัญญาณของโรคไทรอยด์ด้วยเช่นกัน
14.ใจสั่น ภาวะไทรอยด์แอคทีฟมากเกินไปจะเร่งกระบวนการทำงานส่วนต่างๆ ของร่างกายทั้งหมด นั่นหมายรวมไปถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่แม้จะไม่ได้ทำกิจกรรมผาดโผดหรือน่าตื่นเต้น หัวใจก็ยังเต้นเร็ว และบางคนอาจมีอาการใจสั่นเหมือนดื่มกาแฟเกินขนาดอยู่ดี



15. ประจำเดือนมาไม่ปกติ ไม่วาจะเป็นอาการประจำเดือนขาด ประจำเดือนมามากเกิน หรือประจำเดือนมานานเกินไป อาจเป็นผลพวงจากต่อมไทรอยด์ป่วยก็ได้ ซึ่งก็จะส่งผลให้ฮอร์โมนร่างกายแปรปรวนจนแสดงความผิดปกติดังกล่าว แต่ทั้งนี้เพื่อความแน่ชัดก็ควรตรวจอาการกับแพทย์เฉพาะทางอีกทีนะคะ
16. รู้สึกเศร้าซึมมากผิดปกติ ความรู้สึกนอยด์ที่มักเกิดขึ้นโดยที่เราก็ยังไม่รู้สาเหตุอาจเป็นสัญญาณของโรคไทรอยด์ด้วยก็ได้ เนื่องจากเมื่อต่อมไทรอยด์ผิดปกติก็อาจจะหลั่งฮอร์โมนสำคัญๆ ออกมาน้อยจนเกินไป เช่น หลั่งฮอร์โมนเซโรโทนินซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุขออกมาไม่มากพอ จนทำให้เรารู้สึกเฉื่อยชาหรือเศร้าซึมโดยที่หาสาเหตุไม่ได้
17. อารมณ์ทางเพศลดลง ถ้าไม่ได้รู้สึกเบื่อคนรักหรือเครียดจนไม่มีอารมณ์อยากสวีท คู่รักที่มีอารมณ์ทางเพศลดลงควรพิจารณาถึงโรคไทรอยด์ไว้ด้วยก็ดีค่ะ เพราะฮอร์โมนที่ผิดเพี้ยนไปของร่างกายอาจทำให้เกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย หมดแรง หรือไม่สบายกายจนทำการบ้านได้น้อยลง
18. กระวนกระวาย จิตใจไม่อยู่สุข แน่นอนว่าความรู้สึกไม่สบายใจเกิดกับเราได้ด้วยหลายเหตุผล แต่สำหรับคนที่มีไทรอยด์ผิดปกติมักจะรู้สึกกระวนกระวายใจ เหมือนวิตกกังวลอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะต่อมไทรอยด์เป็นพิษจนปั่นป่วนฮอร์โมนและระบบการทำงานของอวัยวะภายใน ทำให้เรารู้สึกปั่นป่วนไปด้วยนั่นเอง
19. ความคิดสับสน ฟุ้งซ่าน หลายคนอาจคิดว่าอาการนี้เกิดจากความเครียดหรือเป็นสัญญาณของวัยทอง แต่อยากให้มองเผื่อไปถึงภาวะไทรอยด์ผิดปกติที่อาจทำให้รู้สึกจับจด หุนหันพลันแล่น ใจร้อน และบางขณะอาจมีอาการสับสนงุนงงขึ้นมาได้ ซึ่งหากอยากเช็กให้ชัวร์จริงๆ อาจต้องสังเกตสัญญาณร่วมกับอาการอื่นๆ ด้วยนะคะ
ใครอ่านแล้วรู้สึกว่าอาการมันใช่ ก็อย่าเพิ่งวิตกกังวลเกินไป เพราะบางอาการก็สามารถเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ได้ ทว่าทางที่ดีก็ควรไปตรวจเช็กสุขภาพอย่างละเอียดเพื่อความสบายใจจะดีที่สุด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
Kapook
Reader’s digest
Mindbodygreen
Health
WebMd